เรื่องราวความกล้าหาญ สมเด็จพระพันปีหลวง ที่ยังไม่มีใครรู้

สวัสดีครับ เดินตามพ่อ ในครั้งนี้ ขอยกเรื่องราวบางส่วนที่มาจากท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ นางสนองพระโอษฐ์และราชเลขานุการในพระองค์ ผู้ตามเสด็จและถวายงานแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง กับคำถามที่ว่า มีพระราชกรณียกิจหรือการเสด็จพระราชดำเนินครั้งไหนที่ยากลำบากหรือเสี่ยงอันตรายไหม

ยากทุกแห่งเลยค่ะ ขอย้อนเล่าสมัยที่พรรคคอมมิวนิสต์มีอิทธิพลอีกครั้ง ตอนนั้นพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ดํารงตําแหน่งเป็นแม่ทัพภาคที่ ๒ สมเด็จพระนางเจ้า พระบรมราชินีนาถ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ฯ เสด็จพระราชดำเนินไปกิ่งอำเภอดงหลวง โดยปัจจุบันเป็นอำเภอดงหลวง จังหวัดนครพนม ซึ่งสถานการณ์ในพื้นที่ค่อนข้างรุนแรงมาก

ท่านผู้หญิงสุประภาดากับดิฉันมีหน้าที่สังเกตการณ์พื้นที่ล่วงหน้า เราต้องปลอมตัวเป็นชาวบ้านเข้าไปที่ตลาดนาแก นุ่งผ้าถุง ไม่แต่งหน้า ใส่แว่นสายตา หิ้วตะกร้าหนึ่งใบ เหลือแต่ไม่ได้เคี้ยวหมากเท่านั้น แล้วนั่งรถสองแถวเข้าไปในพื้นที่

พอไปถึงปรากฏว่าทางการเปลี่ยนแผนไม่ให้พระองค์ท่านเสด็จพระราชดำเนินไปบริเวณนั้น เพราะเกรงจะเกิดอันตราย จึงให้เสด็จฯไปโรงเรียนที่อยู่ห่างกัน ขณะนั้นชาวบ้านมารอกันเต็มไปหมดแล้ว พอรู้ว่าทางการเปลี่ยนแผนจึงน้อยใจว่าทำไมพระราชินีมาบ้านเขาไม่ได้ จากที่นั่งอยู่เป็นร้อยเรื่อย คนลุกเดินกลับเข้าหมู่บ้านหมดในทันที

พอเห็นอย่างนั้น ท่านผู้หญิงสุประภาดาบอกดิฉันว่าท่านจะดูแลสถานการณ์ตรงนั้น ให้ดิฉันนั่งรถไปกับทหารเพื่อกราบบังคมทูลสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ขอพระราชทานวินิจฉัยว่าเมื่อเสร็จพระราชกิจตรงนั้น จะขอพระราชทานให้เสด็จพระราชดำเนินโดยเฮลิคอปเตอร์มาที่นี่ จากนั้นดิฉันก็นั่งรถยนต์ของทหารที่มีปืนประทับอยู่ด้านบน เขาเรียกรถอะไรก็ไม่ทราบ เนื่องจากทหารเป็นเป้าหมายหนึ่งที่ถูกซุ่มยิง แต่ตอนนั้นไม่ทันคิดกลัว ต้องรีบไปถึงให้เร็วที่สุด

พอไปถึง ดิฉันรีบบอกท่านแม่ทัพว่าท่านผู้หญิงสุประภาดาให้มากราบบังคมทูลตามที่เล่าไว้ข้างต้น ตอนนั้นพลเอกเปรมไม่อยากให้พระองค์ท่านเสด็จฯ ผู้ว่าราชการจังหวัดก็เช่นกัน แต่ดิฉันบอกว่าท่านผู้หญิงสั่งมาให้กราบบังคมทูล คงต้องเฝ้าฯกราบบังคมทูล และเมื่อความทราบฝ่าละอองธุลีพระบาท สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ก็รับสั่งทันทีว่าจะเสด็จฯไป โดยให้ทูลกระหม่อมทั้งสองพระองค์รออยู่ที่เดิม จะเสด็จฯไปพระองค์เดียว ให้ดิฉันรีบกลับไปบอกท่านผู้หญิงตามนั้น

พระองค์ท่านไม่เคยละทิ้งประชาชน หลังจากนั้นดิฉันกับท่านผู้หญิงสุประภาดาจึงแสดงตัวและประกาศว่าสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ จะเสด็จฯ เท่านั้นแหละ ชาวบ้านดีอกดีใจ รีบกลับมากันเนืองแน่นเหมือนเดิมในพริบตา

และเมื่อพระองค์เสด็จฯมาถึงก็มีพระราชปฏิสันถารกับชาวบ้านอย่างเป็นกันเอง ระหว่างนั้นจะมีเครื่องบินอารักขาบินสังเกตการณ์อยู่รอบรอบ พอเครื่องบินไปถึงชายป่าก็มีเสียงปืนดังปังปัง ดิฉันเห็นแสงไฟพุ่งวาบไปทางเครื่องบิน พระองค์ท่านก็ทรงได้ยิน แต่ไม่ทรงแสดงว่าจะต้องรีบเสด็จ กลับ ยังมีรับสั่งถามสารทุกข์สุกดิบและทรงเยี่ยมราษฎรจนเสร็จ

ขอขอบคุณนิตยสารแพรว ปี 2559 ฉบับที่ 887

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *