ย้อนชมความสง่างาม พลายเอกชัย ช้างเผือกจากศูนย์อนุรักษ์ช้าง มหาสารคาม เตรียมน้อมเกล้า ถวายเป็นช้างเผือกคู่พระบารมี รัชกาลที่ ๑๐

สวัสดีครับ เดินตามพ่อในครั้งนี้ ขอพาทุกท่านชมให้เห็นเป็นบุญตา พลายเอกชัย ช้างเผือกในความดูแลของศูนย์อนุรักษ์ช้างที่มหาสารคามน้อมเกล้า ถวายเป็นช้างมงคลคู่บารมีในหลวงรัชกาลที่ ๑๐

พลายเอกชัย อยู่ในความดูแลของศูนย์อนุรักษ์ช้าง ช้างทองคำ ตำบลนาข่า อำเภอวาปีปทุม จังหวัดมหาสารคาม เป็นช้างหนุ่มอีกเชือกหนึ่งที่มีลักษณะเป็นช้างมงคลหรือ ช้างเผือก ที่ทางศูนย์อนุรักษ์ช้างแห่งนี้ได้เดินเรื่องน้อมเกล้า ถวายให้เป็นช้างคู่พระบารมีภายใต้เศวตฉัตรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในหลวงรัชกาลที่ ๑๐ และขณะนี้อยู่ระหว่างรอผู้เชี่ยวชาญด้านคชลักษณ์มาตรวจสอบอีกครั้ง ก่อนจะน้อมเกล้า ถวายเป็นช้างหลวงส่วนพระองค์

พลายเอกชัย เป็นช้างหนุ่มวัย ๓๓ ปี สูง ๒ เมตร ๖๐ เซนติเมตร น้ำหนักกว่า ๔ ตัน งายาว ๑ เมตร ๖ เซนติเมตร โคนงาเส้นรอบวง ๓๓ เซนติเมตร เป็นช้างหนุ่มที่มีรูปร่างสมบูรณ์ สวยงาม

พลายเอกชัยเป็นช้างที่เชื่องและแสนรู้ ใครมาเห็นก็รักต้องขอถ่ายรูปด้วย เบื้องต้นผ่านขั้นตอนตรวจสอบคชลักษณ์หมดแล้ว รอแต่เจ้าหน้าที่เดินทางมาตรวจสอบรับรองว่าเป็นช้างเผือกช้างมงคลอย่างเป็นทางการเท่านั้น ส่วนขั้นตอนการน้อมเกล้า ถวายตามกฎระเบียบเสร็จสิ้นหมดแล้วเมื่อปลายปี ๒๕๖๑

พลายเอกชัยมีคุณลักษณะเป็นช้างเผือกตามตำราคชลักษณ์ที่ระบุไว้ครบ ๗ ประการ คือ ตาขาว เพดานขาว เล็บขาว ขนขาว พื้นหนังขาวหรือสีคล้ายหม้อใหม่ ขนหางขาว อัณฑโกศขาวหรือสีคล้ายหม้อใหม่

ตามตำราคชศาสตร์ได้จัดแบ่งลักษณะของช้างมงคลหรือช้างเผือกออกเป็น ๔ ตระกูล ประกอบด้วย พรหมพงศ์ อิศวรพงศ์ วิษณุพงศ์ และอัคนีพงศ์ โดย พลายเอกชัย มีลักษณะมงคลอยู่ในตระกูล พรหมพงศ์ ช้างเผือกที่พระพรหมเนรมิต มีลักษณะพิเศษที่เห็นได้ด้วยตาเปล่า คือ เนื้อหนังอ่อนนุ่ม หน้าใหญ่ ท้ายต่ำ ขนอ่อนละเอียด โขมดสูง คิ้วสูง ตาขาว งาสีเหลืองเรียวงดงาม

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *