ไม่ต้องการสถาปนาตัวเองเป็น มหาราช เรื่องเล่าในหลวง รัชกาลที่ ๙ ไม่ทรงลงพระปรมาภิไธย

สวัสดีครับ เดินตามพ่อในครั้งนี้ ขอเล่าย้อนเรื่องราวกลับไปเมื่อครั้ง สถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม ผู้อบรมหลักสูต ผู้บริหารกระบวนการยุติธรรมระดับสูง รุ่นที่ ๒๑ ได้จัดกิจกรรมวิชาการพิเศษภายใต้โครงการสัมมนาสาธารณะเรื่อง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ กับหลักนิติธรรม

โดยนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ปาฐกถาพิเศษเรื่อง แนวพระราชดำริด้านหลักนิติธรรมของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงเป็นนักนิติศาสตร์อย่างแท้จริง ทรงทำการบ้านอย่างละเอียดถี่ถ้วนมาก ในการเป็นนักนิติศาสตร์ได้ทรงใช้หลักนิติธรรม

นายวิษณุ ได้เล่าตอนหนึ่งว่า รัฐบาลในสมัยหนึ่งเคยเสนอออกกฎหมาย โดยมีข้อความด้วยความมุ่งหมายที่จะเฉลิมพระเกียรติติดไปในกฎหมายว่า ให้มีการจารึกในเหรียญเฉลิมพระเกียรติว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช

แต่ปรากฏว่า เมื่อถวายขึ้นไป พระองค์ท่านทรงส่งพระราชเลขานุการมาหารัฐบาลเพื่อนำกระแสรับสั่งว่า ทรงไม่ลงพระปรมาภิไธย เพราะหากลงพระปรมาภิไธยเท่ากับสถาปนาพระองค์เองเป็นมหาราช ซึ่งคำว่ามหาราช เป็นคำไว้ให้ผู้อื่นเรียก แต่จะไม่ทรงเรียกพระองค์เอง และจบด้วยกระแสรับสั่งว่า นี่คือหลัก

นายวิษณุ ยังเล่าอีกเรื่องหนึ่งว่า มีร่างกฎหมายฉบับหนึ่ง สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเป็นผู้ยกร่าง ซึ่งในกฎหมายมีข้อความว่า พระราชบัญญัติฉบับนี้ไม่ใช้กับบุคลดังต่อไปนี้ ซึ่งมีพระมหากษัตริย์อยู่ด้วย

เมื่อทราบฝ่าละอองธุลีพระบาท ทรงได้โปรดเกล้าฯให้องคมนตรีท่านหนึ่งมาแจ้งว่า ถ้ามีข้อความนี้อย่าทูลเกล้า ถวาย เพราะจะไม่ทรงลงพระปรมาภิไธย จะยกเว้นพระมหากษัตริย์ไม่ได้ ขอให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเอาออก

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *