รัฐมนตรีถึงกับหน้าเสีย เมื่อ ในหลวงรัชกาลที่ ๙ ตรัสถาม ที่นี่ใครใหญ่

สวัสดีครับ เดินตามพ่อในครั้งนี้ ขอเล่าถึงเรื่องราวจากหนังสือ พระราชอารมณ์ขัน หนังสือที่รวบรวมเรื่องราว ที่เขียนขึ้นมาจากการตามเสด็จและรู้เห็นจากข้าราชบริพารคนสนิท เกี่ยวกับอารมณ์ขัน ของพระองค์ซึ่งมีมากมาย ในวันนี้เราจะหยิบเรื่องราวชวนยิ้มมาให้คุณผู้อ่านได้อ่านกันหนึ่งเรื่องนั่นก็คือเรื่อง ที่นี่ใครใหญ่

บึงมักกะสัน พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในหลวงรัชกาลที่ ๙ ท่านก็เคยลงไปล่องมาแล้ว ตอนนั้นผักตบชวาเต็มเลย สามารถเดินข้ามได้เลย

พอพระองค์ท่านจะเสด็จไป ท่านบอก สุเมธวันนี้ไปเที่ยวกัน ผมได้ยินคำนี้ทีไร ใจหายวาบทุกที เพราะไปเที่ยวกับท่านทีไร เหงื่อตกทุกที เวลาทำงานท่านจะใช้คำว่าเที่ยว เผื่อให้บรรยากาศมันผ่อนคลาย

พอพระองค์ท่านเสด็จไปถึงบึงมักกะสัน ซึ่งเป็นของ กรุงเทพมหานคร แต่กรมรถไฟขอใช้เป็นที่ซ่อมรถไฟ เทน้ำมันเครื่องลงไป น้ำก็เน่าเหม็นหมด ผักตบชวาก็ขึ้นเต็มบึง ก่อนออกเดินทาง รับสั่งบอก เดี๋ยววันนี้ ฉันจะพาไปดูอธรรมสู้กับอธรรม เราก็นึกว่า วันนี้ท่านทอดพระเนตรหนังจีนหรือเปล่า เพราะเรายังไม่เข้าใจ

พอไปถึงบึงมักกะสัน ผู้ว่าราชกาล กรุงเทพมหานคร ยืนรับเสด็จ ผู้ว่าการรถไฟ คนใหญ่คนโตเยอะแยะมารับเสด็จ พอลงจากรถปั๊บ ท่านรับสั่งถาม ที่นี่ใครใหญ่ หงอยเป็นแถวเลย เพราะ พระเจ้าอยู่หัวประทับอยู่ ใครจะใหญ่

จริงจริงประเด็นของท่าน คือ เกี่ยงกันทำไม กรุงเทพมหานคร อ้างบอกให้รถไฟใช้แล้ว รถไฟเทน้ำมันเครื่องไปก็จริง แต่ที่ยังเป็นของกรุงเทพมหานคร จึงไม่มีใครดูแล เห็นไหมว่าเวลาท่านสอน ท่านสอนแบบให้เราคิด ที่ไม่มีใครใหญ่ ก็เพราะ ไม่มีใครรับผิดชอบ

พระองค์ท่านจะชอบบอกแล้วให้คิดตามเอาเอง พระองค์ท่านจะไม่บอกตรงตรง เพราะ ท่านอยากให้เราได้คิด ได้วิเคราะห์ และทำในสิ่งที่ถูกไม่ใช่เป็นการสั่งให้ทำแบบไม่เต็มใจ ท่านส่งยึดมั่นในเรื่องเสรีภาพอย่างจริงจัง

นั่นคือเหตุผมว่าทำไมพระองค์จึงไม่ตรัสตรงตรง ให้ทำตาม เพราะ การทำตามคำสั่งไม่ช่วยให้ยั่งยืนเท่าการให้คิดเองและลงมือทำนั่นเอง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *