หลวงปู่หล้าตาทิพย์ ตั้งใจส่งกระแสจิตถวายพระพร ในหลวง รัชกาลที่ ๙ อย่างสุดกำลัง จนเกิดพลังบางอย่างขึ้น

สวัสดีครับ เดินตามพ่อ ในครั้งนี้ จะขอนำพาทุกท่านรู้จักกับ หลวงปู่หล้า จันโทภาโส วัดป่าตึง อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ ท่านเป็นที่รู้จักของคนทั่วไป เนื่องด้วยท่านเป็นพระที่ประพฤติปฏิบัติตนอยู่ในหลักศีลธรรมอันงดงาม หลวงปู่หล้าท่านได้รับสมญานามจากศรัทธาญาติโยมว่ามีญาณวิเศษที่สามารถล่วงรู้เหตุการณ์ข้างหน้าได้ จนชาวบ้านทั่วไปเรียกท่านว่า หลวงปู่หล้าตาทิพย์

สำหรับที่มาของชื่อ หลวงปู่หล้าตาทิพย์ นั้น มีหลายเรื่องเล่า เช่น มีอยู่ครั้งหนึ่งฝนตั้งเค้าว่าจะตกหนัก หลวงปู่หล้าจึงบอกให้พระเณรรีบออกจากกุฏิ เพราะกุฏิเก่าทรุดโทรมและมีต้นลานใหญ่อยู่ข้างข้าง ปรากฏว่า วันนั้นฝนตกหนัก กิ่งต้นลานก็หักโค่นลงมาทับกุฏิจนพังเสียหาย แต่ทุกคนปลอดภัย เหตุการณ์นี้จึงทำให้ผู้คนพากันสรรเสริญท่านว่า ตาทิพย์

ปาฏิหาริย์ครั้งสำคัญอีกครั้งหนึ่งก็คือ เมื่อคราวที่พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในหลวงรัชกาลที่ ๙ เสด็จ หัวเมืองเหนือ พระองค์ท่านได้เสด็จนมัสการหลวงปู่หล้าที่วัดจนเป็นที่เอิกเกริก
ประชาชนจำนวนมากแห่แหนไปต้อนรับพระองค์อย่างมืดฟ้ามัวดิน เมื่อพระองค์ท่านจะเสด็จกลับ หลวงปู่หล้าก็ได้ถวายพระพรแด่พระองค์ ซึ่งคราวนี้ดูหลวงปู่จะตั้งใจเป็นพิเศษ

ปรากฏว่า หลังจากล้างรูปขณะที่หลวงปู่หล้าถวายพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในหลวงรัชกาลที่ ๙ อยู่นั้น มีแสงสีส้มแดงที่หน้าผากของหลวงปู่ อันแสดงถึงกระแสจิตของหลวงปู่ที่ตั้งใจและอัดอย่างเต็มที่แก่พระราชาผู้เป็นธรรมราชาแห่งแผ่นดินสยาม


อีกเหตุการณ์หนึ่งคือ ครั้งหนึ่งมีคณะผู้มากราบนมัสการหลวงปู่หล้าเกินจำนวนที่แจ้งความประสงค์จะขอของขลังจากท่าน แต่ท้ายที่สุดก็ได้รับแจกกันครบทุกคนอย่างน่าอัศจรรย์ จึงเชื่อกันว่าเป็นเพราะอิทธิฤทธิ์ของท่าน

ไม่เพียงเท่านั้น อดีตครูใหญ่ของโรงเรียนบ้านป่าตึงท่านหนึ่งเล่าเพิ่มเติมว่า เช้าวันหนึ่งประมาณตี ๕ หลวงปู่หล้าได้ให้พระเณรรีบทำความสะอาดวิหาร ราวกับว่าจะมีแขกมาหาที่วัด ปรากฏว่า พอถึง ๖ โมงเช้า พระศรีธรรมนิเทศ เจ้าอาวาสวัดสันป่าข่อย อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ก็นำคณะญาติโยมมาหาท่านที่วัดจริงจริง

หรือแม้กระทั่งเวลาที่มีชาวบ้านทำของหายหรือถูกลักไป เมื่อมาถามหลวงปู่หล้า ท่านก็จะบอกให้ไปตามทิศนั้นทิศนี้ จนกระทั่งได้ของคืนมาทุกครั้ง แต่หากท่านห้ามว่า ไม่ต้องไปตามเพราะจะไม่ได้คืน ก็จะเป็นจริงตามนั้น

หลวงปู่หล้าเจริญอายุมาถึง ๙๗ ปี ก็ถึงแก่มรณภาพเมื่อวันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๖ ยังความเศร้าสลดใจมาสู่พระสงฆ์ สามเณร ศรัทธาญาติโยมทั่วไป หลวงปู่หล้าเป็นพระผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ท่านถือปฏิบัติพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด แม้แต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๙ และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้โปรด เกล้าพระราชทานน้ำสรง ซึ่งยังความปลาบปลื้มปิติยินดีมาสู่ศิษยานุศิษย์อย่างหาที่สุดมิได้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *