นางเอกสาวชาวลาหู่ ตื้นตัน เผยที่มาภาพครอบครัวบนธนบัตรที่ระลึก ถือเป็นเกียรติต่อวงศ์ตระกูลที่สุด

สวัสดีครับ เดินตามพ่อ ในครั้งนี้ ขอนำเสนอเรื่องราวอันน่าภูมิใจของริชชี่ อรเณศ ดี คาบาเลส นางเอกสาวมากความสามารถ ครั้งไปออกรายการตีสิบเดย์ โดยเล่าย้อนเรื่องราวประวัติของตนเองว่า

ตนเองเป็นลูกหลาน ของเผ่าลาหู่ หรือที่คนคุ้นกันว่า มูเซอ อาศัยอยู่บนเทือกเขาผ้าห่มปก ตะเข็บชายแดนไทย เมียนมา อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ คุณยายเป็นชาวลาหู่ เป็นลูกสาวคนโตของปู่หมื่น ส่วนคุณตาเป็นคนจีนที่มาแต่งงานกับคุณยาย คุณแม่เลยเป็นลูกครึ่งไทย จีน ลาหู่ ส่วนนามสกุล  ดี คาบาเลส เพราะคุณปู่มีเชื้อสายฟิลิปปิน สเปน

ในอดีตลาหู่ถือเป็นรัฐกันชนกลุ่มคอมมิวนิวส์ โดยคุณทวด หรือ ปู่หมื่น ทำหน้าที่ปกป้อง จึงได้รับยศจากทางการไทยว่า หมื่น ทำให้ชาวบ้านเรียกว่า ดอยปู่หมื่น

ริชชี่ เล่าความประทับใจของชาวลาหู่ ที่สมัยก่อนปลูกฝิ่นยังไม่ผิดกฎหมาย มีการปลูกไร่ฝิ่นทั้งดอย เพื่อนำเงินมาซื้ออาวุธ แต่เมื่อในหลวงได้เสด็จมาปี ๒๕๑๓ ท่านได้ให้ความเป็นไทยกับชาวบ้าน พระราชทาน แพะ แกะ ไก่ และผลไม้เมืองหนาวทดลองปลูก

ต่อมาเมื่อปี ๒๕๒๕ พระองค์ทรงพระราชทาน ต้นชาอัสสัมต้นแรก และให้ชาวบ้านเปลี่ยนมาปลูกชาแทน เนื่องจากฝิ่นได้กลายเป็นของผิดกฎหมายแล้ว ซึ่งพระองค์ได้ศึกษาวิธีการปลูกและการถ่ายทอดให้ชาวบ้าน ซึ่งชาวบ้านใช้เวลาถึง ๒๐ ปี ในการเปลี่ยนแปลง และกลายเป็นมีอาชีพที่ยั่งยืน ซึ่ง คุณตา ก็หันมาปลูกชา และได้ติดตามเสด็จไปยังหมู่บ้านอื่นๆ เพื่อแปลภาษาให้ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ ทำให้ คุณตา ถูกยิงเสียชีวิตจากคนที่เสียประโยชน์ในการเลิกปลูกฝิ่น

ภายหลังจากคุณตาเสียชีวิต คุณแม่และครอบครัวได้รับเสด็จและทูลพระองค์ว่า คุณตาจาฟะ เสียแล้ว พระองค์ตรัสว่า

ขอแสดงความเสียใจด้วยนะ จาฟะเป็นคนดี เราอยากให้ลูกหลานทุกคนของจาฟะเป็นคนดีเหมือนจาฟะ อย่าทอดทิ้งชาวบ้าน ให้ดูแลชาวบ้านต่อไป

โดยภาพของครอบครัวในขณะที่ทูลเรื่องดังกล่าวให้ในหลวง ัชกาลที่ ๙ ทรงรับทราบได้ถูกบันทึกภาพไว้ และต่อมาภาพนี้ได้รับเลือกให้อยู่บนธนบัตรที่ระลึกเนื่องในโอกาสพรนะราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ วันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔  โดยมีเจ้าหน้าที่แจ้งให้ครอบครัวได้รับทราบเรื่อง ซึ่งถือเป็นเกียรติกับวงศ์ตระกูลอย่างที่สุด

นับว่าเป็นเรื่องราวที่แสนประทับใจและภูมิใจอย่างยิ่ง ที่ครั้งนึง ครอบครัวของนางเอกสาวได้รับใช้ใต้เบื้องพระยุคลบาทของในหลวงรัชกาลที่ ๙ ซึ่งนำพามายังภาพที่ปรากฏบนบนธนบัตรดังกล่าว

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *